เป็นเรื่องจนได้ครับอุตสาห์นั่งเขียนแทบแย่ ดันโดนระบบเตะออกมา ข้อความพร้อมรูปหายวับไปกับตาครับ ไม่เป็นไรเอาไหม่
ผมเดินทางถึงตัวเมืองพิษณุโลก 12.08 น. พร้อมความหิวที่ทำให้มองหาร้านอาหารสองข้างถนนแต่ยังไม่มีร้านไหนโดนใจสักที ขับมาจนผ่านสถานีรถไฟเกือบสุดถนนบรมไตรโลกนาถก่อนถึง โรงแรมไพลินมีที่จอดรถใกล้ร้านอาหารสามร้าน ร้านแรกข้าวแกงที่วันนี้ปิด ร้านที่สองอาหารอิสาณน่าทานมากกกกกแต่ไม่เหมาะกับการสั่งมาทานคนเดียวแต่ ร้านที่สามก๋วยเต๊ยวโบราณดูธรรมด้าธรรมดา แต่ลองตามผมมาชิมกันครับ

ด้วยความหิวผมสั่งเบิ้ลทีเดียวไปเลย บะหมี่น้ำ ตามด้วยเส้นเล็กแห้งยำ เครื่องดื่มขอชาเย็นมาจิบให้ชื่นใจ ชามแรกที่คุณป้าบรรจงลวกเส้นบะหมี่พร้อมทั้งโรยเครื่องเป็นหมูแดงหั่นบางๆเต็มหน้าพร้อมด้วยถั่วงอก กระหล่ำปลีและผักบุ้งลวก น้ำซุปหวานกลมกล่อมติดลิ้น


ชาเย็นรสชาดหวานมันกลมกล่อม จิบแล้วชื่นใจดีครับ ส่วนเล็กแห้งยำก็ครบเครื่องเส้นเหนียวกำลังดีแนวก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยที่ใส่ถั่วฝักยาวซอยเป็นชิ้นยาว งานนี้แม่ช้อยไม่ต้องมารำ เชลล์ไม่ต้องมาชิม นักชิมอย่างผมให้ 4 ดาวที่รสชาดดีแบบดั้งเดิมที่หาทานยากอร่อยจนลืมทักทายสาวที่นั่งอยู่โต๊ะใกล้ๆ สนนราคาถูกแค่ชามละ 20 บาท ชาเย็นแค่ 10 บาท หมดไปแค่ 50 บาท มีกำลังเดินตลาดจนเจอทีเด็ด และไปกราบหลวงพ่อใหญ่ที่ชาวเมืองสองแควเรียกองค์พระพุทธชินราช ลองตามผมมาเยี่ยมเมืองสองแควกันดีไหมครับ