รูปนี้ถ่ายบนโทลเวย์หลังจากที่เอาเครื่องเดิม +weber 45
แต่มีปัญหาเวลาถอนมีควันออกท้ายมหาศาล มีวาวล์ไอเสียคด 1 ตัว
จึงต้องผ่าเครื่องโอเวอร์ฮอลใหม่ และถือโอกาสเปลี่ยน camทำฝาไปเลยทีเดียวครับ
ดูจากวัดรอบแล้ว ความเร็วปลายยังไปได้อีกครับ
หลังจากทำเครื่องใหม่ยังไม่ได้ลองครับ
นับถือคุณ Nok ในความเข้าใจในจิตวิญญาณของ ความเป็นของดั้งเดิมที่วิศวกรชั้นเยี่ยมของ BMW ได้บรรจงสร้างผลงานไว้ เครื่อง M10 ตัวนี้ Baron Von Alexander Faukenhausen ได้ออกแบบมาเมื่อ 40 ปีมาแล้วเพื่อวางใน New Class 1500-2000 โดยคาดว่าสามารถรองรับแรงม้าได้ถึง 250 bhp สบายๆ (ทีม BMW F1 โมฯได้ถึง 1000 bhp) จุดเด่นคือความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีของห้องเผาไหม้และการประจุอากาศอย่างมีประสิทธิภาพสูง เมื่อนำคาร์พฯที่จ่ายน้ำมันได้อย่างยอดเยี่ยมอย่าง Weber 40 DCOE สามารถรีดแรงม้าได้ถึง 130 bhp (Twin Solex มีม้า 120 bhp) และเมื่อนำหัวฉีดแบบ K-Jetronic มาใส่มีแรงม้า130 bhp ยังไม่รวมถึง ตัว 2002 Tii turbo (KKK) ที่มีม้าอยุ่ในคอกระดับ 170 bhp
ผมเคยเยี่ยมชมเวปไซต์ 2002 ใน US ที่ทำโปรเจค เดียวกับคุณ Nok เครื่องแต่งใกล้เคียงกัน ช่วงล่างของ Bilstien เหลือง บูชยูรีเธน ดิสก์เบรคหลัง เขากล้าอ้างอิงว่ายังไม่มี BMW รุ่นไหนออกแบบรถได้ Balance อย่างดีเยี่ยมโดยเฉพาะในโค้งที่สามาถเล่นได้แบบไม่มี limit พูดง่ายๆว่าคุณเอารถอยู่ ช่วงนั้นผมหลงใหล 2002 หัวปักหัวปำ เก็บข้อมูลและรูปเต็มไปหมด มองหารถที่จอดขายเป็นว่าเล่น แต่ยังไม่ถูกใจและถูกเงินสักคัน ไปเจอ 2002 touring สภาพเดิมๆแบบสวยแห้ง แต่รอโอกาสที่จะไปสู่ขอทีหลังครับ รอโปรเจ็ค E23 735i เสร็จก่อน คงได้มีโอกาสร่วมรุ่นกับคุณ Nok แน่ครับ
เห็นด้วยครับที่ไม่แช่เครื่องไว้ที่รอบสูงเกินไป แม้จะโมฯสปริงวาล์ว และแคมชาฟท์องศาสูง เพราะ 4 speed มีรอบที่สุงกว่า 5 speed อยู่ประมาณ 300 rpm ถนอมเครื่องเก็บไว้ใช้นานๆดีกว่า เว้นแต่หาโอกาสไล่เขม่าออกบ้าง