google anylytics code

Author Topic: BMW E12 7999 / *ck*  (Read 28176 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline ck

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,588
    • View Profile
    • Email
Re: BMW E12 7999 / *ck*
« Reply #90 on: December 22, 2013, 12:06:42 AM »
ยังมีเรื่องราวให้ update อีกเยอะเลยคันเนี้ย

หาเวลาว่างก่อนะ

ck


Offline SuppachaiE28

  • Newbie
  • *
  • Posts: 11
    • View Profile
    • Email
Re: BMW E12 7999 / *ck*
« Reply #91 on: September 08, 2014, 07:28:05 PM »
รอติดตามอยู่นะครับ  ;D

Offline ck

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,588
    • View Profile
    • Email
Re: BMW E12 7999 / *ck*หม้อลม E34 ใน E12*
« Reply #92 on: January 05, 2015, 04:46:55 PM »
เรื่องของการแปลงหม้อลมจากเดิมๆของ e12 series 1 ที่หม้อลมเค้าจะเป็นหม้อลมคู่ ทำงานร่วมกัน มีตำแหน่งติดตั้งอยู่ด้านซ้าย (ฝั่งคนนั่ง)  แต่หม้อลมรถสมัยใหม่จะมีลูกเดียวโตๆ จึงต้องจับวางฝั่งขวาหลังไฟหน้าขวาเพราะมีพื้นที่กว้างกว่าเยอะ  แต่ต้องทำแป้นเหล็กขายึด เพื่อจับให้ตัวหม้อลมอยู่นิ่งๆเวลารับน้ำหนักจากการเหยียบเบรค  “จ้อ” ทำเหล็กกลมยันตรงจากแป้นเหยียบเข้าแกนกลางของหม้อลมจากด้านหลังเลย  (ไม่เหมือนของ e12 series 2 ที่กลับข้างโดยมีขาโยงมายันแกนจากด้านหน้า)

การเปลี่ยนครั้งนี้ไม่เพียงแต่เปลี่ยนหม้อลมเท่านั้น ยังเปลี่ยนแม่ปั๊มเบรคเป็นของ e34 ด้วย

แป้นเหล็กขายึดหม้อลม



เหล็กกลมที่ยันตรงจากแป้นเหยียบเข้าแกนกลางของหม้อลม  มีเกลียวไว้ปรับสั้นยาวด้วย



เหล็กกลมเข้าสู่แป้นเหยียบเบรคทางนี้



จ้อเล็งว่าแกนเบียดอะไรมั้ย



แม่ปั๊มเบรค e34 ที่ติดมากับตัวหม้อลม จะอยู่ห่างจากไฟหน้าพอประมาณ


ข้อดี :  เบรคเบาเท้าขึ้นมาก แค่วางเท้าลงไปรถก็ทำท่าจะหยุดเลย
ข้อเสีย : แปลงยุ่งยากพอสมควร สรุปมาเหมือนไม่มีไร แต่จ้อคิดและแก้หลายรอบกว่าจะลงตัวที่แบบนี้ครับ
อุปกรณ์ที่ต้องใช้ :
1. หม้อลม พร้อมแม่ปั๊ม e34
2. ต้องสร้างแป้นยึดหม้อลม + แกนเหล็กเพื่อยันเข้าแกนกลางหม้อลม
3. แป๊บน้ำมันเบรคที่ต้องเดินใหม่
4. เดินแป๊บท่อลมสำหรับหม้อลมใหม่ด้วย

แป๊ปท่อลมที่จ้อเดินให้ใหม่





« Last Edit: January 05, 2015, 05:44:23 PM by ck »

Offline ck

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,588
    • View Profile
    • Email
เรื่องของระบบระบายความร้อน พัดลมไฟฟ้า

E12 คันนี้เปลี่ยนจากพัดลมเครื่อง เป็นพัดลมไฟฟ้าตัวเดียว โดยให้ช่างเจ๋งทำบังลมให้เพิ่อยึดพัดลมไฟฟ้าของญี่ปุ่น ลองดูว่าจะพอมั้ย (พัดลมแอร์ก็ยังอยู่)



แต่..หลังจากลองใช้ดูหลายๆเดือน พบว่า เมื่อรถติดหนักๆ คุมอุณหภูมิไม่อยู่ เกินครึ่งไปเยอะ แต่พอรถวิ่งแล้วอุณหภูมิลงมาอยู่ที่เกือบครึ่ง  ท่าจะไม่ดีแน่ เลยเอาพัดลมตัวใหญ่ของ E36 ไปหาช่างเจ๋ง ให้จัดการแก้บังลมเดิมให้








Offline ck

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,588
    • View Profile
    • Email
ช่างหมอ เพื่อนช่างเจ๋ง ต่อให้พัดลมทำงานแบบนี้ครับ
เปิดกุญแจ พัดลมจะหมุน 3 วินาทีแล้วหยุด พอกดปุ่มสตาร์ท พัดลมจะทำงานต่อ โดยจะหมุนที่ speed แรก ช่างใส่ resistant เพื่อให้พัดลมทำงาน speed 1  แต่ถ้าอุณหภูมิขึ้นไปมากๆ thermo switch ก็จะสั่ง speed 2 และจะมี switch ตรงอยู่ใต้หน้าปัทม์เพื่อ direct ได้ด้วยเราเองเผื่อ thurmo switch ไม่สั่งด้วย

ทำเสร็จขับไป trip เมื่องกาญจนบุรี เขื่อนศรีนครินทร์มา สอบผ่านครับ

Resistant ที่ใส่ไว้


พัดลม e36 speed 1 อุณหภูมิขึ้นระหว่าง 75-80 องศา เท่านั้นเอง จะเย็นไปด้วยซ้ำครับ


อยู่มาวันหนึ่ง อุณภูมิขึ้นไม่หยุด เปิดพัดลม speed 2 ก็ยังไม่หยุดจนต้องจอดดับเครื่อง พอดับเครื่องเท่านั้นแหละ น้ำเดือดปุดๆๆๆๆ  โชคดีเกิดเหตุอยู่ใกล้บ้านจ้อ   จ้อมาดูให้ สรุปๆวิธีการ check และข้อสันนิษฐาน  วาล์วน้ำค้าง ไปเอาวาล์วน้ำมาเปลี่ยน ไม่หาย  ถอดวาล์วน้ำออกซะเลยก็ยังเดือดอยู่ จ้อบอกว่าสงสัยปั๊มน้ำล่ะเพราะว่าดูแล้วน้ำไม่วนเลย เลยต้องขับรถไปจอดไว้บ้านจ้อ จัดแจงงานใหญ่

จ้อถอดปั๊มน้ำออกมาพบว่า ครีบล้ม ทำให้ไม่ปัดน้ำเข้าเครื่อง  สั่งเปลี่ยนหมด วาล์น้ำ 71 องศา 340 บาท ปั๊มน้ำ 1150 บาท และสายพานปั๊มน้ำ 10 x 975  200 บาท

จะว่าไป เครื่องตัวนี้หลังจาก overhaul โดยอ.ทแกล้วไปเมื่อปี 2551 เปลี่ยนทุกอย่างจนถึงตอนนี้ก็ 7 ปีแล้วก็สมควรแก่เวลาสำหรับอุปกรณ์ ต้องเตรียมตัวสำหรับตัวอื่นๆล่ะ ตามๆกันมาแน่ๆ แต่กำลังของเครื่องยนต์ยังตอบสนองได้ดีมากๆๆๆๆ ไม่เสื่อมถอยเลยเชียว


« Last Edit: April 25, 2015, 02:55:26 PM by ck »

Offline ck

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,588
    • View Profile
    • Email
Update เรื่องเครื่องเสียงใน e12 ซักกะหน่อย

ดั้งเดิมเลยคันนี้มีลำโพงหลังเป็น 6 x 9 ของ BOSTON Acoustic ตัว classic ยุคโน้น ออกแบบการติดตั้งเองโดย แผงหลังหนา 30 มม. (เน้นฐานหนาๆ เพื่อเสียงที่กระชับไม่กระพือ) ข้างหน้ามี แยกชิ้น 4.5 นิ้ว ที่ kick panel  กับ 2 ทางขนาดเล็กวางบนหน้าปัทม์ของ RAPPORT Canada ใช้มานานๆๆๆ กับซ่อน power amp ตัวเล็กๆ CONCORD 25 watt x 2 ไว้ใต้หน้าปัทม์ขับด้านหลัง กับใช้ hi power จากวิทยุ CD (JVC ถือกลับมาด้วยจาก UK) ขับด้านหน้าทั้งหมด สุ้มเสียงออกมาหนักแน่นใช้ได้

ต่อมา jvc เริ่มเกเร ไม่ยอมอ่านแผ่น ประกอบกับมีความคิดที่ว่า ถ้ากำลังขับเพิ่มขึ้นเสียงก็น่าจะอิ่มขึ้น เลยหา power amp 4 ch. มาเตรียมไว้ กับได้ NAKAMICHI มาตัวนึง อุปกรณ์พร้อมหาคนทำ ได้ “โดม” ที่สนิทกัน เค้ารับติดตั้งเครื่องเสียงที่บ้าน มีลูกค้าเยอะอยู่ เคยคุยกันความคิดเค้าใช้ได้ เลยนัดเอารถไปจอดทำ โดยแจ้งโดมไปว่า concept ที่ต้องการคือ ขอข้างหลังกระชับขึ้น ข้างหน้าให้เสียงชัดกว่านี้ ลอยสูงขึ้นกว่านี้ แบบไม่บาดหู คุยกันจนเข้าใจว่าเราฟังเสียงแบบไหน

สิ่งที่โดมทำให้ คือ

1. ทำแท่นรอง 4 นิ่วที่ kick panel ให้ใหม่ เอียงหน้าขึ้นเพื่อให้เสียงไม่จมแต่จะลอยขึ้นมา (แบบไม่น่าเกลียดเกินไป)
2. พยายามจูน tweeter ตัวเดิมด้วยวิธีของเค้า (รายละเอียดเยอะ จำได้ไม่หมด แต่เข้าใจ) จนในที่สุด ต้องเปลี่ยน tweeter เป็น B&W ที่โดมเก็บไว้กะจะใช้เอง โดมบอกว่า “ลองหลายตัวล่ะ จนต้องยอมให้เป็นตัวนี้” และปรับจูนเสียงจนลงตัว
3. รองแผ่นแด๊มป์ใต้แผงไม้ลำโพงหลัง อันนี้ทำให้ทุ้มกระชับขึ้นมากๆๆๆ
4. เก็บสายไฟรุงรังให้

เสียงที่ออกมา หนักแน่นขึ้นมาก เสียงกระแทก ตึ้บๆๆ มีเยอะ แบบไม่ต้องพึ่ง sub woofer เลย (ตึ้บ ไม่เหมือนแบบมี sub woofer นะครับคนละอย่าง)  เสียงด้านหน้าให้รายละเอียดที่ดีมาก กลางชัด แหลมใสไม่บาดหู (ขึ้นอยู่กับแผ่น)


« Last Edit: April 25, 2015, 01:39:41 PM by ck »

Offline ck

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,588
    • View Profile
    • Email
สำหรับผม เครื่องเสียงในรถยนต์ ใช้เงินไม่ต้องมากพอประมาณก็พอครับ ของที่มีก็พยายามใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ขอซ่อนทุกอย่างให้เห็นเท่าที่ต้องเห็นพอ เราไม่ได้เปิดฟังนอกรถ เราฟังในรถ ฟังรายละเอียด หนักแน่นพอประมาณ กับแอร์เย็นๆนะ แค่นี้พอแล้ว (จริงๆแล้วชอบเสียงแบบตู่ 3.5  แต่แค่นี้ก็พอใจล่ะ อิอิ)

สรุปว่าลงทุนไม่มากครับ ถ้าอุปกรณ์ดีประมาณนึง คน tune + ติดตั้งรู้จักปรับ รู้จักใช้ของเป็นอย่างดี เรียกว่ามีฝีมือน่ะ  เปรียบได้ประมาณว่าเราจ่าย 100 นึง ผลที่ได้รับ ต้องมี 80 - 90 บาท 

คุ้มมั้ยล่ะ

ck

โครงกรอบลำโพง 4.5 นิ้ว ตอนทำ



ติดตั้งแล้ว ดูกลมกลืนพอไหว



B&W ขวา



ซ้าย 



ไว้จะมาคุยเรื่องสายลำโพงเส้นนี้ให้ได้รับรู้กันทีหลังครับ ลองแบ่งใส่ฟังด้านหน้าใน e28 มาแล้ว ผลที่ได้ เกินราคา (ไม่แพงซะด้วยสิ) เห็นยาวๆนี่ ผมใส่ชุด H/T ที่บ้านครับ

ถ้ารีบจะเปลี่ยน โทรฯมาคุยก่อนได้ครับ ของเพื่อนเราใน board นี่แหละยี่ห้อ MERREXKABLE





Offline Mr.bank

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 262
  • ไม่แรง..แต่แซงยาก
    • View Profile
    • Email
Re: BMW E12 7999 / *ck*
« Reply #97 on: May 05, 2015, 08:50:28 AM »
แจร่มมมม....ตอนนี้ผมเครื่องเล่นเสียเเละมีเสียงลมเข้า ไม่ได้ฟังเลย 55555