google anylytics code

Author Topic: ๊Update งานรักษาพยาบาล E12 คันแรกของผมครับ  (Read 5434 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline Joh

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 94
    • View Profile
    • Email
สืบเนื่องจากกระทู้แนะนำตัวเมื่อเกือบ2 ปีที่แล้ว
http://bmwe12thailand.com/board/index.php/topic,4221.msg51165.html#msg51165

ผมห่างหายการอัพเดทเรื่องการปรับปรุง E12 คันแรกของผมไปนานมาก แต่ไม่ได้ทิ้งความฝันที่จะปรับปรุงผู้เฒ่า E12 ของผมนะครับ
ผมโพสต์ลงเวปครั้งสุดท้ายเมื่อ เดือนกันยายน 2556 จากนั้นก็เอารถเข้าอู่เพื่อทำการปรับปรุงครั้งใหญ่
ความตั้งใจคือจะพยายามทำให้ผู้เฒ่าของผมกลับมาอยู่ในสภาพเดิมเหมือนตอนปี พ.ศ.2522 ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ตอนแรกตั้งใจว่าจะพยามอัพเดทเรื่องราวการปรับปรุงให้พี่ๆเพื่อนๆทราบเป็นระยะๆ
แต่ระหว่างที่ทำก็เจอกับปัญหาอุปสรรคเยอะเหลือเกิน บางครั้งก็ท้อจนเกือบจะเลิกทำ
ก็เลยตั้งใจว่าเอาไว้ตอนใกล้เสร็จค่อยเอามาเล่าให้เพื่อนๆพี่ๆฟังกันทีเดียวเลยดีกว่า ... แล้ววันนั้นก็มาถึงแล้วครับ

ผมเอารถเข้าอู่เพื่อจะตัดผุ จัดทรง และทำสีใหม่ทั้งคัน ตกลงกับอู่ว่าจะทำแบบเต็มรูปแบบ
คือรื้อเครื่องออกทั้งหมดให้เหลือแต่ตัวถังรถ ลอกสีเก่าออกทั้งคัน หากพบว่าตรงไหนผุก็ให้ตัดส่วนที่ผุออกทั้งหมดแล้วปะใหม่ จากนั้นถึงจะทำสี และประกอบเครื่องกลับเข้าไปใหม่ ตกลงกันในราคา 65,000 บาท ซึ่งก็นับว่าแพงเอาการอยู่

สภาพรถวันที่เริ่มทำ (วันที่ 18 ตค. 56 ... ย้ำว่าปี 2556 ครับ)





หลังจากเริ่มรื้อก็พบว่ารถอยู่ในสภาพที่ผุมากพอสมควร  ส่วนที่ผุมากเห็นจะเป็นพื้นรถทั้งฝั่งใต้ที่นั่งคนขับและคนนั่งข้าง

ช่างทำการตัดพื้นส่วนที่ผุออก จากนั้นจึงตัดแผ่นเหล็ก ตีขึ้นรูป แล้วปะกลับเข้าไปใหม่




ด้านที่นั่งข้างคนขับก็ทำเหมือนกัน




ตัดผุภายในห้องเครื่อง


ปะผุมุมกระจกหน้าขวา


ปะผุมุมกระจกหน้าซ้าย


เริ่มลอกสีเดิมออก




มีการดึงตัวถังเพื่อจัดทรงรถด้วย


กว่าจะถึงขั้นตอนนี้ก็ใช้เวลาเกือบ 5 เดือน
สาเหตุที่ช้ามากก็เนื่องจากหลายอย่างครับ  อย่างที่ดีคือช่างเก็บงานละเอียดมากๆ เก็บงานทุกซอกทุกมุมเลย แต่เนื่องจากว่าทางอู่ไม่ได้รับงานของผมเพียงคันเดียว ดังนั้นสาเหตุที่ช้าก็มาจากเหตุอื่นด้วยเหมือนกัน เช่น ช่างไม่ว่าง , ไม่มีคนงาน , ติดช่วงเทศกาล ฯลฯ ซึ่งผมก็ทำได้แค่รอ... รอ ..... และรอ......

มาเริ่มงานสีได้ช่วงกลางเดือนมีนาคม 2557

เริ่มจากพ่นสีเกาะเหล็กก่อน





จากนั้นจึงเริ่มงานโป๊วรอบคัน





เก็บงานตัดผุและโป๊วภายในกระโปรงหลัง ภายในห้องโดยสาร และภายในห้องเครื่อง





จากขั้นที่แล้วใช้เวลาไปอีกเกือบ 3 เดือน

มาเริ่มงานลงสีรองพื้นได้ช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2557




และเริ่มงานพ่นสีจริงช่วงเดือนสิงหาคม 2557

สีที่ใช้


พ่นสีจริงแล้วครับ





รวมแล้วเกือบ 1 ปีที่ผู้เฒ่าของผมต้องไปนอนเล่นที่อู่ทำสี

แต่ยังไม่จบแค่นี้นะครับ ขอพักก่อน... เดี๋ยวจะมาอัพดเดทต่อครับผม....


Offline Joh

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 94
    • View Profile
    • Email
มาต่อกันครับ....

ระหว่างที่ทำสีตัวถังรถ ผมก็จัดการกับเครื่องยนต์ที่ถอดออกตั้งแต่แรก โดยยกไปที่อู่ของพี่ตี๋เพื่อทำการ Overhaul เครื่อง
ยกไปอู่พี่ตี๋วันที่ 27 กย. 57

 สภาพเครื่องที่ถอดออกตั้งแต่เริ่มทำสี


เครื่อง M20 6สูบ ของเดิม เลขเครื่องยนต์เป็นเลขเดียวกับเลขตัวถังรถ
เลขตัวถัง

เลขเครื่องยนต์


ถอดฝาสูบออกล้าง พบว่าภายกระบอกสูบบางช่องเป็นรอย แก้โดยการคว้านและตีปลอกใหม่


เปิดเครื่อง เตรียมเจียร์บ่า เจียร์วาล์ว


ยิ่งเปิด ก็ยิ่งเจอครับ ... พบว่าแกนกระเดื่องวาล์วเป็นรอยสึกหลายที่
ต้องเปลี่ยนแกนกระเดื่องวาล์วอีก..  :-X



นอกนั้นก็ยังมีจุกจิกอีกหลายรายการที่ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เบ็ดเสร็จใช้เวลาทำเครื่องอยู่ที่อู่พี่ตี๋อยู่เกือบเดือน

จากนั้นก็ลากรถจากอู่สี เพื่อไปทำการลงเครื่องที่อู่พี่ตี๋
เตรียมตัวออกเดินทาง


ระหว่างทาง


ขึ้นแท่น เตรียมเช็คช่วงล่าง


ลงเครื่องเรียบร้อยแล้วครับ


ประกอบเครื่องเสร็จเดือนตุลาคม เปลี่ยนนู่นเปลี่ยนนั่นไปอีกหลายอย่าง จนกระทั่งเครื่องติด
... ได้ฟังเสียงเครื่องแล้วน้ำตาจะไหล  :'( :'(  ผู่เฒ่าของผมใกล้จะได้ลงถนนแล้วครับ...
เรื่องเครื่องยนต์เสร็จประมาณ 80% แล้ว แต่ยังคงมีปัญหาเรื่องคาร์บูเรเตอร์อยู่อีกหน่อย กะว่าจะไปจูนหลังจากที่เสร็จงานสีแล้ว

จากนั้นก็ขับรถกลับไปที่อู่สีเพื่อเก็บงานขั้นสุดท้ายครับ

Offline Joh

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 94
    • View Profile
    • Email
สภาพปัจจุบันครับ

ถ่ายเมื่อวันที่ 27 ธค. 57 ช่วงก่อนปีใหม่ที่ผ่านมานี่เอง











งานสีภายนอกจบหมดแล้ว แต่ยังเหลืองานที่ต้องเก็บอีกมากพอสมควร คือ
1. ระบบเครื่องยนต์
  - ปรับจูนคาร์บุเรเตอร์

2. งานภายในห้องโดยสาร
  - ปูพรม
  - เดินสายระบบเครื่องเสียง
  - รื้อคอนโซลออก เพื่อจัดระบบท่อแอร์ใหม่ เนื่องจากปัจจุบันลมแอร์ยังออกไม่ครบทุกช่อง
  - เช็คเรือนไมล์ (ยังรู้สึกว่ามันรวนๆอยู่)

 :-[ :-[ :-[

ดูแล้วยังอีกพักใหญ่ครับ กว่าที่ผู้เฒ่าของผมจะอยู่ในสภาพที่ตั้งใจไว้

เหนื่อยครับ แต่มันเลยจุดที่ท้อมาแล้ว 

ตั้งเป้าว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 นี้ ผมจะต้องพาผู้เฒ่ากลับลงไปอวดโฉมในถนนให้ได้ครับ!!!  :P

Offline ck

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,588
    • View Profile
    • Email
เห็นรถแล้ว ปลื้มใจแทน

จูนเครื่อง ไว้ไปหาอ.ทแกล้วกัน แกถนัด  SOLEX 4A1

ck


Offline IWC

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 425
    • View Profile
    • อร่อยศาสตร์
    • Email
สุดยอดเลยครับ ดีใจด้วยครับ คันE28 ของผมก็อยู่อู่สีปีนิดๆครับ ออกมาก็ต้องทำต่ออีก :-[ ผมทำภายในที่ร้านแถวๆเลียบทางด่วนครับ ทำดีมากๆ ร้านพี่เค้าเป็นตึกแถวห้องเดียวครับ แต่บ้านอยู่เยื้องๆกัน ทำพรมกับภายในทั้งหมด ไม่รวมเบาะคู่หน้าน่าจะ2หมื่นนิดๆครับ งานดีมากครับและไม่นาน ถ้าต้องการเบอร์ลองPMมาก็ได้ครับ
หาของกินอร่อยๆได้ที่ อร่อยศาสตร์ www.aroisart.com
กินเองเขียนเองหนุกๆครับ

Offline White Shark

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,098
    • View Profile
    • Email
ยินดีด้วยครับ ใกล้จะได้สนุกกันแล้ว
 :) :) :)

Offline benz/8

  • Newbie
  • *
  • Posts: 41
    • View Profile
    • Email
สวย เนี๊ยบ ครับ

Offline nuabkung

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 708
  • Second Process
    • MSN Messenger - nuabkung@hotmail.com
    • View Profile
    • Email
 (ตกใจ) (ตกใจ)

เนียนเลยคร้าบบ

Offline Gneisenau

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 66
    • View Profile
    • Email
 :-*โอ้วววว มานสวยมว๊ากกก นะคับ ผมยังทำไม่ได้เท่านี้เรยอ่า

Offline Joh

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 94
    • View Profile
    • Email
 ;) โบราณว่า ... สงครามยังไม่จบ อย่าเพิ่งนับศพทหาร ...

ศึกครั้งนี้ใหญ่หลวงนักครับ ตอนนี้อยู่ระหว่างการรื้อภายในรถ มีอะไรๆบานปลายอีกเยอะ

แล้วจะรีบมาอัพเดทความคืบหน้าให้ทราบครับ  :-[ :-[

Offline 1TG

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 80
    • View Profile
สวยครับปลื้มใจแทน ว่าจะขอปบุกขึ้นมาซักคัน555

Offline Joh

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 94
    • View Profile
    • Email
... ไดสตาร์ตไหม้ ...

... ต้องเริ่มจูนคาบิวใหม่หมด ...

... ปัญหาเรื่องปั๊มติ๊กยังแก้ไม่ตก ...

... จากรถที่เคยวิ่งได้เกือบจะสมบูรณ์ กลายเป็นต้องกลับมาจอดที่อู่อีกครั้ง ...


    หดหู่ .... ท้อ .....

Offline 1TG

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 80
    • View Profile
เอาใจช่วยครับ ว่างๆคุยกันครับ

Offline JOE_COWBOY_69

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 702
  • (Oo=III=oO)
    • MSN Messenger - hatthawit@hotmail.com
    • View Profile
    • Email
 :-*รถทำสี ได้ดี สวย เป็นแรงบันดาลใจให้ผมมาก  ไว้มีโอกาสจะปั้น E12 V.1 กะเค้าสักที
joe_cowboy

Offline Joh

  • Jr. Member
  • **
  • Posts: 94
    • View Profile
    • Email
Update อาการของผู้เฒ่านะครับ
ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเครื่อง m20 6 สูบ ของผม (หลังจากที่รื้อเครื่องออกไปเพื่อตัดผุ-ทำสี) ก็คือ เครื่องอืดมากๆ เร่งไม่ค่อยขึ้น ทั้งๆที่ได้ทำการ overhaul เครื่องใหม่มาแล้ว

ผมเอารถไปไว้ที่บ้านพี่เอ้ (สมาชิกเก่าแก่ของคลับ) เพื่อให้ช่วยเก็บรายละเอียดภายในให้

จากนั้นก็ขับรถไปให้อ.ทแกล้วช่วยดูให้ก่อน อ.แก้ววิเคราะห์ว่าปัญหาน่าจะเกิดที่ระบบน้ำมัน ถ้าไม่เป็นที่ปั๊มติ๊ก (ตอนแรกปั๊มacของเดิมที่ติดกับรถมาใช้งานไม่ได้ เจ้าของเดิมเลยแปลงเอาปั๊มติ๊กมาใส่แทน) ก็น่าจะเป็นที่ระบบคาบูเรเตอร์

เริ่มจากถอดคาบูเรเตอร์ออกมาล้าง (รอบแรก)

พบว่าที่ลิ้นคาบิวสกปรกมาก ทำการขัดล้างและประกอบกลับเข้าไปใหม่

เมื่อไปทดลองวิ่งดูปรากฏว่าอัตราเร่งดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แต่เมื่อเร่งเครื่องที่รอบสูงๆยังมีอาการกระตุกอยู่ คิดกันว่าสาเหตุน่าจะมาจากน้ำมันจ่ายไปไม่พอ
ดังนั้นสาเหตุก็น่าจะอยู่ที่ปั๊มติ๊ก อาจจะเสีย หรือกำลังไม่พอ อ.แก้วลองเอาปั๊มติ๊กตัวเก่าของอาจารย์มาลองเปลี่ยนดู อาการก็ยังไม่ค่อยดีขึ้นเท่าไร เลยคิดว่าจะลองซื้อปั๊มติ๊กตัวใหม่มาลองดู

แต่ยังไม่ทันได้เปลี่ยนปั๊มก็เกิดปัญหาใหม่ขึ้นมาก่อนคือเครื่องดับขณะที่กำลังขับอยู่ ผมพยามยามสตาร์ใหม่หลายครั้ง (ซึ่งน่าจะหลายครั้งเกินไป..) ทำให้ไดสตาร์ตไหม้
คราวนี้เลยไปกันใหญ่เลย จากที่เคยขับได้แม้จะมีอืดๆอยู่บ้าง กลายเป็นขยับไปไหนไม่ได้เลย :(

สุดท้ายต้องพาผู้เฒ่าขึ้นรถสไลด์ไปหาพี่จ้อ ให้พี่จ้อช่วนเปลี่ยนไดสตาร์ตให้

ได้ไดสตาร์ตจากโอ๊ต(เมืองเอก)


และพี่จ้อช่วยไปหาปั๊ม ac เดิมๆมาเปลี่ยนให้


ประกอบปั๊ม ac เข้ากับเครื่องแล้วครับ


แล้วก็ลองเปลี่ยนปั๊มติ๊กตัวใหม่ติดไว้ด้วย กะว่าจะลองดูทั้งสองอย่างเลยครับว่าอันไหนจะเวิร์คกว่ากัน


จากนั้นก็เอารถกลับไปให้อ.แก้วช่วยดูให้อีกครั้ง
คราวนี้อ.แก้วเลยสรุปว่าจะไล่ระบบใหม่ทั้งหมดเพื่อหาให้ได้ว่าปัญหาเกิดจากอะไรแน่

เริ่มจากระบบไฟ
เช็คว่าไฟจากคอล์ยเข้าจานจ่ายดีหรือเปล่า ซึ่งพบว่าไม่มีปัญหา ไฟมาเต็มดี
ลองไล่ระบบสายไฟจากกล่องฟิวส์ไปจนถึงใต้คอพวงมาลัย ดูตามจุดต่อและหน้า contact ต่างๆ ก็ไม่มีปัญหาอะไร
แต่ผลพลอยได้ที่ดีคือทำให้เข็มต่างๆที่เรือนไมล์ทำงานได้ครบทุกตัว  :) (ก่อนหน้านี้เข็มวัดอุณหภูมิไม่ทำงาน ... แสดงว่าคงมีปัญหาที่สายไฟบริเวณนี้นี่เอง)

เปิดฝาจานจ่ายเพื่อตั้งค่าองศาของทองขาวใหม่


แต่อาการยังคงแย่เหมือนเดิม... เครื่องยังคงสตาร์ยาก เดินเบายังไม่ได้ เปิดแอร์แล้วเครื่องกระตุกดับ

เปลี่ยนกรองเบนซินใหม่

อาการยังไม่ดีขึ้น ... >:(

อีกวันนึง อ.แก้วโทรมาบอกว่าปั๊มติ๊กที่ติดใหม่ ไหม้ไปเรียบร้อยแล้วแล้ว....  :-X :-X

ลองเดินเครื่องโดยการใช้ปั๊ม ac เดิม ก็ยังไม่ได้ผลเหมือนกัน  :-[

อ.แก้วเลยกลับไปหาว่าสาเหตุมันจะมาจากต้นทาง (คือตั้งแต่ถังน้ำมันเลย) หรือเปล่า
ทดสอบโดยการเอาปั๊มติ๊กของรถเบนซ์ เครื่องขนาด 8 สูบ มาลองต่อเพื่อดูดน้ำมันจากถังโดยตรง เพื่อลองว่าถ้าใช้ปั๊มขนาดใหญ่มาดูดจะได้หรือไม่
ช่วงแรกปั๊ม 8 สูบยังคงดูดน้ำมันไม่ขึ้น จนอีกพักใหญ่น้ำมันถึงทะลักพรวดออกมา... ตะกอนเพียบบบบบ  :o

สาเหตุใหญ่อยูที่นี่เองครับ !!!
ท่อน้ำมันจากถังมันมีเศษผงเข้าไปอุดตันอยู่ ทำให้ท่อตัน ปั๊มติ๊กขนาดทั่วๆไปดูดน้ำมันไม่ขึ้น หรือดูดได้ในปริมาณน้อย ไม่พอที่จะจ่ายให้กับเครื่องยนต์
ทำให้เครื่องเร่งแล้วมีอาการสะดุด และสตาร์ตไม่ติดในที่สุด (เมื่อผมพยามยามฝืนก็เลยทำให้ไดสตาร์ตไหม้)

เท่านั้นยังไม่หนำใจอาจารย์ แกถอดคาบูเรตอร์ออกมาใหม่อีกครั้ง คราวนี้ถอดออกมาทั้งลูกเลย ตอนที่ถอดส่วนบนออกจะเห็นว่าส่วนล่างที่มี 4 ห้องนั้น จะมีรอยคราบน้ำมันอยู่แค่ 3 ห้อง
ซึ่งแสดงว่าจะต้องมีปัญหาเรื่องระบบฉีดน้ำมันของคาบูเรเตอร์ด้วย



คราวนี้ไล่ทำความสะอาดใหม่ทุกชิ้นส่วนเลย


ถอดออกมาล้างถึงนมหนู


ซึ่งก็พบว่านมหนูตันไปหนึ่งข้างด้วย (ซึ่งเป็นต้นเหตุให้จ่ายน้ำมันไม่ครบทั้ง 4 ห้อง) ก็ทำการทะลวงจนโล่งงงง  :-[

จากนั้นก็เชคเจอว่านมหนูไฟฟ้าที่มีอยู่ 2 ตัวนั้น เป็นของที่แปลงมา (ไม่ตรงรุ่น) ตัวนึง ทำการเปลี่ยนนมหนูไฟฟ้าอีก 1 ตัว


ทีมแพทย์ : อ.แก้ว และ สิน


เสร็จกระบวนการทั้งหมด โดยไล่ตั้งแต่ระบบไฟ ระบบส่งน้ำมัน และระบบจ่ายน้ำมัน เป็นอันสมบูรณ์ (เครื่องยนต์ไม่มีปัญหาเพราะว่า overhaul ตั้งแต่แรกแล้วโดยพี่ตี๋)
และคราวนี้ถอดปั๊มติ๊กออกเลยครับ ใช้ปั๊ม ac อย่างเดียว ทำเป็นระบบเดิมๆแบบออกจากโรงงานเลย!!  :D

เอาผู้เฒ่าของผมกลับไปลองวิ่งอีกครั้ง.... คราวนี้ Perfect ครับ!!!!   ;D ;D

เครื่องไม่อืด จังหวะเร่งไม่มีสะดุด จังหวะกระชากไม่มีอาการวูบ เหยียบไปที่ 80 สบายๆ (ไปได้แค่ 80 เพราะรถเยอะครับ ทางไม่ค่อยโล่งเท่าไรเพราะว่าลองวิ่งในเมือง)
ความรู้สึกเหมือนกับขับรถป้ายแดงเลยครับ (เว่อร์ไปไหมเนี่ยยยย 5555 )

เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายรูปหรือถ่ายคลิปเอาไว้ ครั้งหน้าว่าจะไปลองนอกเมือง แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกครับ

ผู้เฒ่าของผมสุขภาพแข็งแรง  ขับมาจอดที่ทำงานได้แล้วครับ




   เครดิตท้ายเรื่องครับ   ...ขอขอบคุณ ...
พี่เป้า และ คุณโทนี่... ผู้ชักนำเข้าสู่วงการ และช่วยชี้แนะอีกมากมาย

พี่จ้อ ... หมอคนแรกที่ช่วยรักษาผู้เฒ่าของผม และยังคอยรักษาพยาบาลให้เป็นระยะๆ

พี่หรั่ง ... ช่วยตัดผุ ลอกสี ทำสี จากชายแก่ใกล้เกษียณ กลับมาเป็นหนุ่มใหญ่ที่ดูภูมิฐาน

พี่ตี๋ ... ช่วยบูรณะครั้งใหญ่ overhaul เครื่อง และให้คำแนะนำอีกมากมาย

พี่เอ้ .. ช่วยเก็บงาน และเก็บรายละเอียดต่างๆให้ รวมถึงช่วยผมหาของอีกหลายอย่างมากๆ

อ.ทแกล้ว พี่จ๋า และ สิน ... คณะแพทย์ที่ช่วยรักษาผู้เฒ่าจากอาคารโคม่า จนกลับมาวิ่งเหมือนหนุ่มๆได้ในวันนี้

และยังมีอีกหลายคนที่ช่วยเหลือ ไม่ว่าจะเป็น คุณชิต พี่สมพงษ์ คุณออ พี่โอภาส นวบ โอม โอ๊ต และขออภัยท่านที่ไม่ได้เอ่ยถึง
รวมถึงทุกท่านที่ได้เคยช่วยอุดหนุนซื้อของที่ผมเอามาปล่อย เวลาที่ต้องการปัจจัยไปดูผู้เฒ่าด้วย ครั้งต่อๆไปคงอุดหนุนกันอีกนะครับ ...แหะ ... แหะ

ถ้าจะมีต่อภาค 2 คงเป็นเรื่องของการเก็บรายละเอียดและเสริมสวยให้กับผู้เฒ่าของผมแล้วครับ

ยังคงยืนยันตามเจตนารมณ์เดิม ว่าจะพยายามทำให้ผู้เฒ่าของผมกลับไปมีสภาพเหมือนกับเมื่อปี พ.ศ.2522 ให้ได้ครับผม

To Be Continue……  :-[





Offline White Shark

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 1,098
    • View Profile
    • Email
ยินดีด้วยครับ  รื่นเริง บันเทิงใจกันละคราวนี้ิ

 :) :) :)

Offline renton

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 651
    • View Profile
แชร์ประสบการณ์ปั๊มติ๊กด้วยคนครับ เนื่องจากรถผมหาปั๊ม AC เปลี่ยนไม่ได้เหมือนกัน

ปั๊มติ๊กคาร์บิวที่เราพอหาซื้อได้ทั่วไปมันจะไม่ทน (ของดีๆ ไม่มีร้านไหนสั่งมาขาย) และมันไม่ถนัดดูด มันจะถนัดดันซะมากกว่าครับ
ถ้าติดตั้งด้านหน้ารถในระดับที่สูงเกินไปมันจะทำงานไม่หยุด (ดูดน้ำมันสู้แรงโน้มถ่วง และระยะทางการดูดไม่ไหว) สังเกตุมันจะดังติ๊กถี่ๆ และอาจจะบวกกับความร้อนด้วยมันจะลาโลกโดยเร็วครับ

ผมเลยทำการย้ายมาตรงถังน้ำมันด้านหลังแทน ก็ใช้การได้ครับ ยังไม่พัง  แต่ตอนสตาร์ทรอนานนิดครับ กว่าจะไปถึงหน้ารถ

Offline renton

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 651
    • View Profile
อ้อ รถผมถังน้ำมันตะกอนเพียบเหมือนกัน หมดกรองเบนซินจะโหลนึงแล้วครับ ปะเก็นคาร์บิวอีก 1 ชุด มันยังไม่จืดจางหายไปไหนเลย ผ่านกรองมาได้ยังห้องลูกลอยเลยครับ ;D