google anylytics code

Author Topic: ปุถุชนกับวัดวาอาราม  (Read 28461 times)

0 Members and 1 Guest are viewing this topic.

Offline Zatan_tao

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 2,458
  • The original bavaria style
    • View Profile
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #60 on: October 19, 2009, 08:30:28 PM »
ผมชอบหลักคำสอนของ ท่านมากครับ ลุงโอ

เพราะท่านสอนโดยใช้คำง่ายๆ แต่ลึกซี้ง

เด๋ว มีโอกาสจะเอามาลงให้อ่านกันครับ
Tomorrow neverdies

Offline Zatan_tao

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 2,458
  • The original bavaria style
    • View Profile
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #61 on: November 03, 2009, 08:41:57 PM »
http://www.youtube.com/watch?v=5s161

ที่เหลือ ก็อยากให้ดูกันทั้งหมดนะครับที่ วู้ดดี้คุยกะ ท่าน ว.วัชรเมธี ที่เชียงราย

รับรองว่าอึ้ง พอดีวันนี้ผมค้นเทปเก่าๆมาดูแก้เซ็งตอนช่วงบ่าย

 

Tomorrow neverdies

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #62 on: November 03, 2009, 09:04:28 PM »
ลุงเฒ่าผมไม่มีโอกาสดูรายการ แต่มีคนส่งเมล์มาให้อ่าน อ่านแล้วนึกสังเวชพิธีกรที่นึกว่าตัวเองฉลาดล้ำตั้งคำถามกระแทก (เชิงหมิ่นๆ) ใส่พระสงฆ์ที่ปฏิบัติดีอย่างท่านว.วชิรเมธี เพื่อความสะใจและดูปฎิภาณในการตอบคำถาม พวกนี้เสียโอกาสที่เกิดมาพบพระพุทธศาสนา (ขอใช้คำสุภาพหน่อย) แต่ไม่เคยศีกษาหรือศรัทธาในพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ผมว่าถ้าเขาได้มีโอกาสตั้งสติฟังพระเทศน์แล้วเอามาพิจารณาตัวเองหัวจรดเท้า (กรรมฐานห้า) คงจะเกิดปัญญาคลายอวิชชาลงได้บ้างครับ

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #63 on: November 25, 2009, 02:38:30 PM »
วันนี้ทานมื้อเที่ยงเสร็จไปกราบพระวัดสามพระยา ได้หนังสือแจกฟรีมาเล่มหนึ่งชื่อพุทธทำนาย มีเนื้อหาเกี่ยวกับเตือนให้รับมือกับเหตุการณ์ภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นกับโลกในช่วงปี 2550 เป็นต้นไปครับ ขอยกข้อความบางส่วนมาเผยแพร่ และโปรดใช้วิจารณญานในการอ่านด้วยครับ

"... คำเตือนโลกมนุษย์กำลังจะเข้าสู่กลียุค จะทำให้เกิดภัจธรรมชาติจาก ดิน น้ำ ไฟ ลม จะเกิดมหาสงครามโลกครั้งที่สามตามมา มนุษย์จะตายไปกว่าครึ่ง สำหรับประเทศไทย จะเริ่มตั้งแต่ปี 2550 คาดว่าจะได้รับภัยทางน้ำและไปโดยเฉพาะจังหวัดที่ติดชายทะเลและกรุงเทพฯแผ่นดินจะยุบตัวคลื่นน้ำจะพัดเข้าถล่มความสูง 200 เมตร มนุษย์จะล้มตายมากว่าครึ่งน้ำจะเข้าช่องแคบสระบุรี และด้านล่างของโคราชบางส่วน ภัยพิบัติจะเกิดขึ้รนอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆสุท้ายประเทศไทยจะเหลือประชากรประมาณสามสิบเปอร์เซนต์

ส่วนประเทศอื่นทั่วโลกจะเหลือเพียงสิบเปอร์เซนต์เท่านั้น บุคคลที่รอดชีวิตส่วนมากก็สุญเสียสติสัมปชัญญะไม่ปลอดภัยเหมือนเมืองที่นับถือพระพุทธศาสนาเพราะไม่เข้าใจบำเพ็ญฌานภาวนา ฉะนั้นอย่าหลงใหลในทรัพย์สินของตนเองให้มากนักเพราะเมื่อเข้ายุคศิวิไล เงิน ทอง จะไม่มีค่าเลยเพราะมนุษย์ยุคนั้นวัดกันที่ความดี ศีลธรรม บุญกุศลเท่านั้น ปีมะโรง พ.ศ.2555 ปีมะเส็ง พ.ศ.2556 (ตลิ่งจะพังมหาสมุทรจะชอกช้ำ)  ปีระกา พ.ศ.2560 (พระธรรมิกราชผู้มีบุญจะมา) ปีกุน พ.ศ.2562 "

ถ้าต้องการให้แคล้วคลาดปลอดภัยให้เขียนพระคาถา ชา ตะ มะ สะ ละ วา ปิดไว้เหนือประตูหน้าบ้านหรือหัวนอน และพระคาถา นะสัจจัง ทะ คะยังมะสำคำปัง 

 

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #64 on: November 25, 2009, 02:39:01 PM »
อ่านแล้วนึกถึงเรื่อง 2012 ที่เพิ่งไปชมมาที่โรงภาพยนตร์ พล็อตเรื่องมีพื้นฐานจากคำพยากรณ์ของชาวอินคาถึงวันสิ้นโลก ในหนังมีฉากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลกอย่างรุนแรงจนเกิดคลื่นยักษ์สึนามิถล่มตามทวีปต่างๆ เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล นั่นคือภาพยนตร์ที่ฮอลสีวูดสร้างขึ้น ลองมาดูโอกาสที่เกิดขึ้นชีวิตจริงบ้าง

มีปัจจัยเสี่ยง (risk factors) หลายตัวที่พร้อมให้ผลทำลายล้างมนุษยย์เราเกิดขึ้นแล้วครับ ภาวะโลกร้อน (global warming) จะภาวะเรือนกระจก (greenhouse effect) อย่างถาวร ทำให้อากาศแปรปรวนรุนแรงขึ้น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ เช่นพายุหมุนในระดับ category 3-5 เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาเมื่อพัดเข้ามาชายฝั่งก็จะทำลายล้างบริเวณเส้นทางผ่าน ฉะนั้นคำทำนายดังกล่าวจึงไม่เกินเลยความจริงแต่อย่างใด

ปัจจัยเสี่ยงอันดับต่อไปมาจากมนุษย์เองคือ ภาวะสงครามโลกครั้งที่สาม จากการสะสมอาวุธของแต่ละประเทศ ความขัดแย้งในผลประโยชน์ทางทรัพยากรธรรมชาติที่มีอย่างจำกัด (นึกถึงน้ำมันดินที่เหลือน้อยลงและธัญญพืชที่มีไม่เพียงพอ) และความเชื่อคลั่งใคล้ทางศาสนา ก่อให้เกิดสงครามระหว่างประเทศใหญ่กระจายไปทั่วโลก นึกถึงสภาพลูกไฟจากฟากฟ้าทางทิศตะวันออก (หัวรบนิวเคลียร์ข้ามทวีป) และเหล็กกล้าจะผุดจากน้ำ (เรือดำน้ำติดหัวรบนิวเคลียร์) การทำลายล้างจนจำนวนประชากรโลกเหลือน้อยลง ขาดแคลนอาหารอย่างรุนแรง แต่ยังโชดดีที่ศาสนายังไม่ถูกทำลายและจะเจริญยั่งยืนต่อไปจนกว่าจะครบปี พ.ศ.5000
« Last Edit: November 25, 2009, 03:54:36 PM by bmw fascination »

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #65 on: November 25, 2009, 02:46:21 PM »
ท้ายเล่มของหนังสือเป็นคำเตือน ขอยกมาเผยแพร่นะครับ เป็นธรรมะที่ให้ข้อคิดเตือนสติเราได้ ตามปัจฉิมโอวาทพระพุทธองค์คืออยู่อย่างไม่ประมาทครับ

"มนุษย์ทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ เหมือนปลาที่ว่ายอยู่ในตู้ ว่ายเวียนมาไม่รู้จบ จะไม่สามารถหลุดพ้นจากตู้ได้ นอกจากความตายหรือหลุมศพนั่นเอง มนุษย์ทุกชีวิตจะต้อง เกิด แก่ เจ็บ และตายเป็นของแน่นอนที่สุด แล้วทำไมจึงต้องมากลั่นแกล้งกัน ทะเลาะกัน เกลียดชังกัน อิจฉาริษยากันเพื่ออะไร ทำไมไม่ให้อภัยซึ่งกันและกันทำให้เกิดสุข จิตจะได้สงบไม่กลุ้มใจ ทำให้ไม่เกิดความเครียด ดังนั้นเรามาร่วมกันหันเข้าหาธรรมะเพื่อจะได้มีจิตสงบ สบาย คลายทุกข์ และจะได้ละโลภ โกรธ หลง เพื่อตัดกิเลส อันเงิน ทอง ลาภ ยศ สรรเสริญ หรือเกียรติยศต่างๆล้วนแล้วแต่ไม่จีรังยั่งยืน เมือ่ได้แล้วก็เสื่อมไป ดังนั้นจงปลงเสีย แล้วรีบสร้างความดีตั้งแต่วันนี้ พรุ่งนี้อาจไม่มีเวลาทำ"

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #66 on: November 25, 2009, 03:03:25 PM »
บุญเราไม่เคยสร้าง....ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า.....

ขอเพิ่มโอวาทสมเด็จพระพุทฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) ที่ได้โปรดชีธรรมตามนิมิตที่มีผู้พบในกรรมฐานครับ หลังจากที่ท่านล่วงลับไปแล้วเมือ่ 100 กว่าปี ถือเป็นปฐมเหตุที่พวกเราทั้งหลายจะต้องเร่งสร้างควาดีอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

"ลูกเอ๋ย ก่อนจะเที่ยวไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไปก่อน เมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอดเพราะหนี้สินในบุญบารมีที่เที่ยวไปขอยืมมาพ้นตัว เมื่อทำบุญทำกุศลได้บารมีมา ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมด ไม่มีอะไรเหลือติดตัว แล้วเจ้าจะมีอะไรไว้ในภพหน้า หมั่นสร้างบารมี (ความดี) ไว้ แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง

จงจำไว้นะ เมื่อยังไม่ถึงเวลาเทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า"

ใครทำใครได้นะครับ ใครทำก่อนได้ก่อน


Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #67 on: December 02, 2009, 11:31:27 AM »
ช่วงนี้อ่านข่าวแล้วสลดใจ โจรใจบาปตัดเศียรพระพุทธรูปส่งตามออร์เดอร์โดยไม่กลัวนรก วัดหลายๆแห่งแถวอ่างทอง อยุธยาเป็นเป้าหมายหลัก เมื่อก่อนเราเคยได้ยินว่ามีปู่โสม กับขุนเดชท่านทำหน้าที่เฝ้าทรัพย์ของแผ่นดินไม่ให้คนชั่วลักขโมยเอาไปขาย แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีใครเกรงกลัวตำนานที่เล่าขานอีกต่อไป

ลองอ่านบทความจาก Blog ปู่โสมที่น่าฉงน โปรดใช้วิจารณาญานด้วยนะครับ
http://blog.spu.ac.th/oilcom/2008/07/01/entry-2

แต่กฎแห่งกรรม (the existing law of Karma) ยังคงเที่ยงตรงครับพระพุทธพจน์ที่รู้จักกันดี "ทำดี ได้ดี ทำชั่ว ได้ชั่ว" ยังคงอยู่ไม่เสื่อมคลาย
ใครที่คิดดี (มโน) พูดดี (วจี) ทำดี (กาย) มีความบริสุทธิ์จริงใจต่อเพื่อนมนุษย์ ย่อมได้รับผลกรรมที่ดีเป็นการตอบแทน ผลของการให้ย่อมได้รับความสุขใจเสมอครับ และได้รับทันทีไม่ต้องรอชาติหน้า

หลวงพ่อจรัล (พระธรรมสิงหบูราจารย์) แห่งวัดอัมพวัน ท่านได้เทศน์เรื่องกฎแห่งกรรม พร้อมทั้งธรรมะปฎิบัติเพื่อให้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมที่จะต้องเจริญวิปัสสนากรรมฐานเท่านั้นจึงจะได้รับการอโหสิกรรมจากผู้ที่เราได้เคยล่วงเกินมาในอดีตชาติ

กรรม (กุศลกรรมหรือกรรมดี และ อกุศลกรรมหรือกรรมชั่ว) เป็นสิ่งที่เกิดจากการกระทำของตัวเราเอง หลายภพหลายชาตินับไม่ถ้วนล้วนส่งผลมายังการดำเนินชีวิตในปัจจุบันของเรา เมื่อกรรมให้ผลดีชีวิตก็ประสบแต่ความสุขกาย สบายใจ แต่เมื่อให้ผลขั่ว ก็ประสบแต่ความเศร้าหมอง ทุกข์ยากแสนสาหัส หลายๆท่านอาจยังไม่เชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมเท่าใดนัก เพราะยังไม่สามารถพิสูจน์ให้เห็นจะๆ เรื่องภพภูมิสวรรค์ นรกเป็นสิ่งที่นอกเหตุเหนือผลสำหรับสามัญชนอย่างเราจะหยั่งรู้ได้

แต่ยังมีเครื่องมือในตัวเราที่ช่วยพิสูจน์ความจริงได้ แต่ถูกละเลยไม่เคยนำมาใช้เป็นเวลานาน นั่นคือจิต ที่ต้องฝึกฝนจนใสบริสุทธิ์ พระอริยเจ้าทุกองค์ล้วนผ่านการฝึกจิตจนบรรลุฌานสมาบัติ สามารถสัมผัสได้กับภพภูมิที่สูง (สวรรค์และพรหม) ที่ต่ำ (นรก เปรต อสุรกาย) ท่านจึงเทศน์สั่งสอนให้เราประพฤติปฎิบัติธรรมเพื่อจะได้ไม่ต้องไปลงนรกที่ทารุณแสนสาหัส แต่เราก็ยังประมาทกันทุกลมหายใจ ลืมนึกถึงศีล (ความเป็นปกติ) ของมนุษย์คือศีล 5 ที่เป็นสมบัติติดตัวข้ามภพข้ามชาติ (บทรับศีล : .สีลเลนะโภคสัมปทา สีลเลนะสุขติงยันติ ตัสมาสีลลังวิโสทะเย)

มีบทกลอนเก่าสอนใจที่ง่ายๆแต่กินใจมาฝากครับ

เมื่อเจ้ามาเจ้ามีอะไรมาด้วยเจ้า
เจ้าจะเอาแต่สุขสนุกไฉน
เมื่อเจ้ามามือเปล่าจะเอาอะไร
เจ้าก็ไปมือเปล่าเหมือนเจ้ามา

ถ้าจะเอาไปได้ก็มีแต่ความดีและบุญกุศลที่สมควรเอากลับไป รีบทำกุศลและความดีกันเถอะครับ เวลาบนโลกมนุษย์นั้นสั้นกว่าภพภูมิอื่นมากนัก

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #68 on: December 21, 2009, 09:38:14 PM »
ห่างเหินวัดไปหลายเดือน วันหยุดที่ผ่านมาได้มีโอกาสเข้าวัดถวายสังฆทานที่วัดหนองกะจะ ทางเข้าวัดเป็นสวนมะม่วงขนาดใหญ่ผ่านเข้าไปเขตสังฆาวาสมีกุฎิเรียงลดหลั่นตามภูมิประเทศ ลงจากรถคว้าสังฆทานจิตรลัดดา สอบถามแม่ชีว่าจะขอนิมนต์พระคุณเจ้ารับสังฆทาน ท่านชี้ไปทางกุฎิด้านล่างมีระเบียงสำหรับพระสงฆ์รับประเคน พระคุณเจ้าใบหน้าสงบนิ่งสำรวมร่างผอมขาวครองจีวรสีกรักบอกให้ผมจุดธูปสี่ดอกบูชาพระรัตนตรัย

ผมอึ้งไปชั่วขณะด้วยความฉงน แต่ได้ทำตามที่ท่านสั่ง พอจะกล่าวคำถวายสังฆทานตามธรรมเนียม ท่านบอกให้ว่าตามเป็นคำกล่าวภาษาไทยที่มีใจความอ้างอิงถึงพระพุทธเจ้าทรงเป็นประธานรับเครื่องสังฆทานเพื่อหมู่สงฆ์และขออานิสงฆ์จงเป็นพลวะปัจจัยเพื่อถึงพระนิพพาน พร้อมทั้งอุทิศบุญกุศลให้กับท่านผู้มีพระคุณและเจ้ากรรมนายเวรสรรพสัตว์ทั้งหลาย

หลังจากรับประเคนและอนุโมทนาคาถาเสร็จแล้ว ท่านก็เมตตาตอบคำถามผมว่าทำไมถึงต้องจุดธุปสี่ดอก เป็นคำตอบที่แยบยลและมีเหตุผลสอดคล้องกับคำสั่งสอนของพระพุทธองค์อย่างที่สุดครับ
« Last Edit: December 23, 2009, 10:54:25 AM by bmw fascination »

Offline Eแอบ23

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 1,400
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #69 on: December 22, 2009, 08:07:32 AM »
พี่โอครับเล่นขยักไว้อย่างนี้...เมื่อไหร่จะได้กล่าวสาธุซักทีครับ

รออ่านอยู่นะครับจะได้ประดับเป็นพุทธปัญญาครับ

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #70 on: December 22, 2009, 10:07:01 AM »
ไม่ทันเห็นเชฟใหญ่แอบมานั่งฟังธรรมในห้องนี้ครับ ขออภัยที่ทำให้รอขอสาธยายต่อนะครับ

การจุดธูปสี่ดอกหมายถึงการระลึกถึงแม่ทั้งสี่ คือ ธาตุดิน ธาตุน้ำ ธาตุไฟ และธาตุลม ที่เป็นองค์ประกอบของสรรพสิ่ง และประชุมรวมกันเป็นรูป (ขันธ์ห้า) ของตัวตนเรา เมื่อมีชีวิตอยู่แม่ทั้งสี่ก็ให้เราใช้อย่างเสมอภาคไม่เลือกชั้นวรรณะ ต่างก็หากินกับธาตุทั้งสี่จนร่ำรวยแต่ธาตุทั้งสี่ก็ไม่เคยเรียกร้องอะไร เราต่างลืมนึกถึงธาตุทั้งสี่ที่เราขอยืมมาและมีความสำคัญยิ่ง ดังนั้นพึงพิจารณาด้วยปัญญาและไม่ประมาทมัวเมา แม้พระพุทธองค์ยังทรงแสดงธรรมที่เกี่ยวข้องกับธาตุ และกรรมฐาน 10 ก็เกี่ยวข้องกับการเพ่งพิจารณาธาตุทั้งสี่ในการเรา  

นี่คือที่มาของการจุดธูปสี่ดอกบูชาพระรัตนตรัย ของวัดหนองกะจะ ปากช่อง ในวัดยังมีพระอุโบสถที่กำลังก่อสร้างตามปัจจัยที่ได้รับบริจาค บรรยากาศร่มรื่นไปด้วยไม้ผลยืนต้นขนาดใหญ่ที่ผลิดอกออกผล ขนุนต้นขนาดคนโอบมีลูกดกเต็มไปทุกกิ่ง มะพร้าวยืนต้นสุงใหญ่ ชมภู่มะเหมี่ยว มีธารน้ำไหลรินจากยอดเขาผ่านทางเข้า

ผมกราบนมัสการลาพระคุณเจ้าด้วยจิตที่สงบและอิ่มบุญ การสละให้ทานเป็นการลดความเห็นแก่ตัวลง แม้เพียงน้อยนิดก็ถือว่าเป็นกุศล พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญการให้ที่สูงขึ้นไปอีกขั้นครับ การให้อภัย และการให้ธรรมะเป็นทาน ถ้าปฎิบัติได้ในชีวิตย่อมไม่ตกสู่ที่ต่ำแน่นอนครับ
« Last Edit: December 23, 2009, 10:56:09 AM by bmw fascination »

Offline Eแอบ23

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 1,400
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #71 on: December 22, 2009, 01:03:20 PM »
ขอบคุณสำหรับพุทธปัญญาครับ

อย่างนี้ถ้าเราจุดธูปดอกที่ห้านั่นคงหมายถึงธาตุทองนะครับ....เพราะพระท่านเคย

ให้ผมจุดห้าดอกแต่ผมไม่เคยเฉลียวคิดถามท่านถึงเหตุผล....

Offline Nong_Manaow

  • Full Member
  • ***
  • Posts: 177
    • View Profile
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #72 on: December 22, 2009, 03:11:19 PM »
กระทู้นี้มีประโยชน์มากเลยครับ อยากให้สมาชิกเราเข้ามาเสวนาในนี้ให้มากขึ้นและลองปฎิบัติให้ได้มากที่สุดครับ มีประโยชน์ต่อสังคมและการใช้ชีวิตมากเลยครับ

Offline ck

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 4,588
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #73 on: December 22, 2009, 04:01:05 PM »
แบบนี้ดี ไม่ซับซ้อน เป็นการนำเสนอที่อ่านแล้วเข้าใจง่ายครับ

สำหรับผมเอง ยอมรับเลยว่า เจอบทสวด-คำแปลเข้า มึนนน... ครับ  แต่แบบนี้อิ่มใจครับ

เห็นด้วยกับ Nong_Manaow ว่ากระทู้นี้มีประโยชน์มาก ทำให้เพื่อนๆที่ได้เข้ามาอ่าน ได้ข้อคิดดีๆกลับไปครับ

ck

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #74 on: December 22, 2009, 04:05:11 PM »
ดอกที่ห้า น่าจะเป็นวิญญาณธาตุหรือธาตุรู้ครับตามพระอภิธรรมปิฎกครับเชฟใหญ่ แต่ขอเช็คเพื่อความชัวร์อีกครั้งนะครับ

ขอบคุณมากครับพี่เป็ดสำหรับกำลังใจ ผมคิดว่าถ้าเราปฎิบัติธรรมตามภูมิธรรม หมายความว่า เป็นฆราวาสก็รักษาศีลห้าโดยไม่บกพร่อง สำรวมอายาตนะในอยู่ในขอบเขต มีความบริสุทธิ์ใจและความเมตตาต่อกัน แค่นี้ก็สมควรแก่ภูมิธรรมในเบื้องต้นครับ

Offline f_feb

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 261
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #75 on: December 23, 2009, 07:13:39 AM »
อ่านแล้วรู้สึกใจสบายยังไงก็ไม่รู้นะครับ  กระทู้นี้ยอดเยี่ยมมากครับ

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #76 on: December 23, 2009, 11:11:30 AM »
เรียนเชิญท่านที่มีประสบการณ์ทางธรรมที่อยากถ่ายทอดให้เพื่อนๆได้ร่วมรับรู้และสัมผัสเข้ามาแชร์กัน ธรรรมะที่พระพุทธองค์ทรงค้นพบเมื่อ 2597 ปีที่ผ่านมา ครอบคลุมตั้งแต่ระดับง่ายๆ ระดับกลางและระดับสูงที่ลึกซึ้ง ผู้ที่ิศรัทธาสามารถเลือกปฎิบัติได้ตามจริตนิสัยของตนเองครับ ช้าหรือเร็วไม่สำคัญอยู่ที่จะเริ่มเมื่อไหร่ครับ

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #77 on: December 28, 2009, 09:37:56 PM »
เห็นข่าวในหนังสือพิมพ์วันนี้แล้วสลดสังเวชใจมากครับ เพียงแค่สุนัขที่เลี้ยงไว้เห่าหอนหนวกหูไปหน่อยเพื่อนบ้านไม่พอใจออกมาต่อว่าต่อขาน ลุกลามกันเป็นปะทะคารมกันจนฝ่ายชายไปคว้ามีดมาทำร้ายฝ่ายหญิงจนถึงแก่ชีวิต

โกธังคือความโกรธ ทำให้ขุ่นข้องหมองใจ ร้อนรุ่มในใจ แต่ถ้าขยายต่อไปเป็นโทสะ ย่อมเป็นการแสดงออกด้วยการประทุษร้าย เช่น ผรุสวาทให้เจ็บแค้นใจ ทุบตีทำร้ายด้วยอาวุธเพื่อให้ล้มตายลงเพื่อให้สาแก่ความโกรธที่สะสมไว้ พระพุทธองค์ตรัสว่าโลภะ โทสะ โมหะเป็นกิเลส (อกุศล) ที่จรมาในรูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ผ่านอายาตนะภายในของเราคือเครื่องรับรู้ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แล้วจิตของเราทำหน้าที่ปรุงแต่ง ถ้าแต่งในทางถูกจริตก็พอใจ ถ้าไม่ถูกจริตก็ไม่พอใจ แต่ความโกรธและโทสะนั้นทำลายทั้งตัวเราและคนข้างเคียงเสมือนหนึ่งไฟที่โหมไหม้ย่อมเผาผลาญวัตถุให้ไปเป็นเถ้าถ่าน กว่าจะรู้ตัวก็กระทำกายทุจริต วจีทุจริต และมโนทุจริตลงไปแล้ว เหมือนคู่กรณีที่มีสุนัขเป็นต้นเหตุ

พระพุทธองค์ทรงสรรเสริญว่า ผู้ที่ฆ่าความโกรธได้เป็นสุขอย่างยิ่ง การฆ่าความโกรธได้ย่อมต้องอาศัยกุศโลบาย คืออุบายโน้มน้าวจิตใจตนเอง สติเป็นอาวุธที่ใช้ดักจับความโกรธได้อย่างดี ปัญญาเป็นเครื่องประหารความโกรธ โดยมีพรหมวิหารสี่ มีเมตตาเป็นเครื่องดับความร้อนรุ่ม ไปจนถึงอุเบกขาการวางเฉยในอารมณ์เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจให้ชุ่มเย็นได้ การเอาใจเขามาใส่ใจเราจะทำให้เราไม่ถือวิสาสะคิดเอาเอง อนุมานเอาเองและตัดสินเอาเองตามอารมณ์ของเรา เมตตาธรรมค้ำจุนโลกครับ วันนี้คุณฆ่าความโกรธหรือยัง

Offline Eแอบ23

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 1,400
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #78 on: December 28, 2009, 09:53:58 PM »
ทุกวันนี้ก่อนถึงสามเสนซอยสามจะต้องยกมืออารธนาถึงพระสยามเทวาธิราชทุกครั้ง

ตั้งแต่ผมได้ทราบว่าตรงนั้นคือที่ๆท่านปกปักษ์คุ้มครอง..ครับ

เมื่อก่อนไปกราบไหว้เพื่อขอความเป็นศิริมงคลแด่ชีวิตที่วัดอินทร์..เดี๋ยวนี้ได้ทราบว่าวัดเอี่ยมวรนุช

อยู่บริเวณนั้นจะต้องหาโอกาศไปกราบไหว้ครับ

ขอขอบคุณพี่O มา ณ ที่นี้ครับ

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #79 on: December 28, 2009, 10:10:22 PM »
ด้วยความยินดีครับ ผมเองก็อาศัยบารมีพระสยามเทวาธิราช หลวงพ่อโตวัดอินทรวิหาร หลวงปู่ทวดวัดเอี่ยมวรนุช และหลวงพ่อนั่งหลวงพ่อนอนวัดสามพระยาเป็นสรณะที่พึ่งเป็นประจำครับ อย่างน้อยเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวให้ทำความดีและไม่ประมาทในชีวิตครับ

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #80 on: January 03, 2010, 10:29:37 PM »
ได้มีโอกาสส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2553 ที่ดินแดนแห่งธรรมะที่สงบ เป็นเวลาสองคืนพร้อมทั้งครอบครัว เป็นการเค้าท์ดาวน์แบบมีสติไม่ประมาทท่ามกลางเสียงเจริญพระพุทธมนต์ด้วยความพร้อมเพรียงกัน

ผมขับรถไปถึงสถานปฎิบัติธรรมแห่งนี้เหมือนอย่างเคย แต่ทว่า... อะไรกันนี่ ลานจอดเร็วเรียงไปด้วยรถยนต์ส่วนตัวหลายร้อยคันอย่างที่ไม่เคยปรากฎมาก่อน นึกไม่ถึงว่าจะมีพุทธศาสนิกชนสนใจมาปฎิบัติธรรมส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่มากเป็นประวัติการณ์แบบนี้

ผมหิ้วกระเป๋าลงจากรถตู้ด้วยความตื้นตันใจ ชุดปฎิบัติธรรมสีขาวช่วยเสริมส่งให้อุบาสก อุบาสิกาผู้มาปฎิบัติธรรม รักษาศีลแปดดูสะอาด สว่างและสงบ ใบหน้าที่สงบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยไมตรีจิดทำให้ไม่รู้สึกโดดเดี่ยว ผมก้าวเท้าเดินข้ามสะพานไม้แบบสลิงคู่ที่ทอดยาวสูงตระหง่านเหนือโค้งน้ำแควน้อยที่ไหลเอื่อย พลางทอดสายไปขึ้นไปสู่ยอดพระมหาเจดีย์ศักดิ์สิทธิ์ที่สูงลิบเทียมเมฆ อืมม.. เราช่างมีโอกาสอันดีที่ได้มาทบทวนข้อวัตรปฎิบัติด้านเนกขัมมะของผู้ต้องการขัดเกลากิเลสให้เบาบางลงจากกมลสันดาน
« Last Edit: January 04, 2010, 12:02:09 AM by ck »

Offline Mad Truck

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 745
  • Wassup!
    • MSN Messenger - megabike_custom@hotmail.com
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #81 on: January 03, 2010, 10:32:58 PM »
อีกไม่นานจะมีโปรเจคนำเสนอพี่โอ และเพื่อนสมาชิกครับ รอแป๊บ  8)

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #82 on: January 03, 2010, 10:53:59 PM »
ผมต้องตรึกตรองอยู่ชั่วขณะเมื่อต้องหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาปิดเครื่อง เก็บไว้ในลิ้นชักรถตัดใจจากการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิงเป็นเวลา 2 คืนกับสองวันครึ่ง หากมาลดละกิเลสแล้วใยยังต้องกังวลกับความเป็นไปของชีวิตที่วุ่นวายสับสน มโนคติเตือนผมให้มั่นใจว่าทำถูกต้องแล้ว

ผมลงทะเบียนในใบสมัครที่บริเวณอาคารต้อนรับด้านหน้าด้วยความเบิกบานพร้อมกับลูกและคู่บารมี (ภรรยา) ความเร่งรีบทำให้เตรียมชุดปฎิบัติมาไม่ครบ แต่ไม่เป็นไรเพราะสามารถหาซื้อได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเสื้อขาวแขนยาว กางเกงขาวขายาวพร้อมสไบ เพื่อความเป็นระเบียบและสื่อถึงความบริสุทธิ์ของสีขาวสัญญลักษณ์ของผู้ปฎิบัติเนกขัมมะ

เราแยกจากกันเพื่อเข้าที่พักอุบาสิกา อุบาสกที่เป็นสัดส่วนเอกเทศไม่ปะปนกัน ผมเดินลงไปแพปัญญาบารมีริมแควน้อยที่มีพ่ออุบาสกปูเสื่อยาวเป็นแนวนอนรวมกัน ผมวางเป้ลงตรงที่ว่างแห่งหนึ่ง ใจนึกถึงพระมหาเจดีย์บนยอดภูผาที่ต้องเดินขึ้นบันไดหินร่วม 1800 ขั้นเอาชนะแรงโน้มถ่วง 9.6 G ในยามบ่ายที่แสงอาทิตย์แผดกล้า แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ศรัทธาของผมถดถอยแต่ประการใด มันเป็นการทดสอบความตั้งใจ ขันติความอดทนต่อความลำบาก เอาน่าเราคงไม่ถึงหน้ามืดเป็นลมหรอก ปลอบใจตัวเองสักหน่อยพร้อมคว้าขวดน้ำขนาดเล็กติดมือมาด้วย ผมพร้อมแล้วสำหรับสมรภูมิแรกที่ทดสอบศรัทธาของตัวเอง
« Last Edit: January 03, 2010, 10:55:39 PM by bmw fascination »

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #83 on: January 03, 2010, 11:08:11 PM »
ทุกย่างก้าวที่สูงขึ้นไปที่ละขั้นหมายถึงหัวใจที่เต้นถึ่ขึ้น ลมหายใจเริ่มแรงขึ้นเป็นลำดับ กล้ามเนื้อขาที่เริ่มตึงไล่จากต้นขาไปจรดปลายน่อง ผมตั้งใจจะใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที (โดยเฉลี่ยใช้เวลา 40-60 นาที ตามความแข็งแรงและอายุ) มันเป็นเป้าหมายเวลาที่ไม่ได้ตั้งใจจะทำลายสถิติอะไรหรอกครับ ทำได้ก็ดีไม่ได้ก็ไม่เป้นไรแค่ขึ้นไปให้ถึงก็นับว่ามีบุญแล้ว ลูกสาวก้าวเดินนำออกไปสองสามช่วง ผมยกน้ำขึ้นจิบเมื่อเริ่มคอแห้ง เหงื่อออกชุ่มไปทั่วแผ่นหลังอากาศค่อนข้างอบอ้าวเอาเรื่อง มีท่านอุบาสิกาและอุบาสิกเดินสวนลงมาพร้อมสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยปิติ พร้อมเอ่ยวจีไพเราะว่า อนุโมทนาบุญพ่ออุบาสกด้วย

ผมผ่านจุดครึ่งทางที่เคยเป็นที่ประดิษฐานพระสีวลี ด้วยความคุ้นเคยทำให้รู้ว่าเราเหลือระยะทางอีกไม่ไกลนักแต่เป็นระยะที่มีอุปสรรคให้ทดสอบความอดทนคือ ทางเดินปูลาดด้วยกรวดและหินที่ต้องเดินเท้าเปล่าผ่านไป และบันไดขอนไม้ที่ชันและคดตามธรรมชาติลำต้นของท่อนไม้ ถ้าเปรียบเป็นการวิ่งมาราธอน ช่วง 21 กม.สุดท้ายเป็นช่วงที่เหนื่อยและล้าสุดๆที่ต้องผ่านก่อนถึงเส้นชัย ใบใผ่ร่วงลงมาตามขั้นบันใดและทางเดินโรยกรวด ผมเดินผ่านด้วยอาการแผ่วเบาเพื่อไม่ให้ก้อนกรวดที่คมบาดฝ่าเท้าที่สวมใส่รองเท้ามาตลอด

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #84 on: January 03, 2010, 11:26:04 PM »
มีชะง่อนผ่าส่วนที่เปิดกว้างมองออกไปมองเห็นภูมิประเทศเบื้องล่างได้ไกลสุดสายตา ผมถือโอกาสยืนพักและมองลงไปบริเวณโดยรอบสถานปฎิบัติธรรมที่ร่มรื่นไปด้วยไม้ใหญ่เบญจพรรณโอบล้อมด้วยแควน้อยที่ไหลรินทั้งปี พลางนึกถึงท่านผู้สละแรงกายสร้างเส้นทางขึ้นสู่พระมหาเจดีย์ที่ล้วนแล้วแต่เป็นอุบาสิกาผู้เลื่อมใสในพระพุทธศาสนาและท่านเจ้าสำนักผู้เปี่ยมไปด้วยบารมี 10 ทัศน์ที่ได้ลงมือนำการก่อสร้างอย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อยเพื่อให้เป้นสถานที่ปฎิบัติธรรมถวายเป็นพุทธบูชาแด่พระพุทธเจ้าตลอดวาระ 5000 ปี

และแล้วผมก็ก้าวผ่านบันไดขั้นสุดท้ายสู่ลานแรกที่ร่มรื่นไปด้วยแมกไม้ หัวใจเต้นถี่กล้ามเนื้อขาตึงไปทั้งสองข้าง ผมเดิมไปชำระคราบเหงื่อและล้างเท้าเพื่อเดินขึ้นบันไดหินอ่อนขนาดใหญ่ช่วงสุดท้ายไปยังพระมหาเจดีย์ทรงพุทธคยาที่งดงามหาที่เปรียบไม่ได้ กระเบื้องสีขาวเดินขอบสีทองคำแวววาวตัดกับกระเบื้องหลังคาสีเขียวเข้มรูปหัวใจที่วิจิตรพิสดารตามจินตนาการของท่านเจ้าสำนัก ผ่านสระอโนดาตเต็มไปด้วยบัวหลากสีไล่เป็นระดับ แม้จะเหนือยอย่างไรแต่ความรู้สึกปิติทำให้ผมคลายความล้าอย่างน่าอัศจรรย์ ผมยืนบริเวณระเบียงปูหินแกรนิตเขียวมรกตมองไปยังยอดเขาที่ทอดยาวไกลออกไป อา...ไม่น่าเชื่อสายตาตัวเอง ผมเห็นเป็นพระเศียรพระพุทธองค์ มุ่นพระเกศเมาฬี พระนาสิก พระโอษฐ์ พระอุระเรื่อยไปจนพระบาทในลักษณะทรงบรรทมหงาย ต้องเดินขึ้นมาเห็นด้วยตนเองจึงจะเห็นภาพที่ผมบรรยายออกมาให้ทราบ

Offline Eแอบ23

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 1,400
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #85 on: January 04, 2010, 02:41:12 AM »
ผมขออารทนาสิ่งที่พี่O สื่อสารมาให้น้องๆครับ..ด้วยความเคารพและขอบคุณครับ

Offline apple

  • Sr. Member
  • ****
  • Posts: 313
    • MSN Messenger - s_pattaravigai@hotmail.com
    • View Profile
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #86 on: January 04, 2010, 09:32:57 AM »
พี่ O คะไปปฏิบัติที่ไหนมาคะ รู้สึกดีด้วยจังค่ะ แนะนำบ้างค่ะ ถ้ามีโอกาศขอให้ได้ไปที่วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี
ได้รับรู้ถึงความสุขทางใจเกินคำบรรยาย จริงๆค่ะ ปีนี้ไม่มีโอกาศได้ไปปฏิบัติเหมือนอย่างเคย
เนื่องจากติดภาระทางสังคม ที่อีรุงตุงนัง แต่ถ้ามีโอกาศจะหนีบเอาอีแอบไปด้วย
จะได้เย็น ทั้งกายและใจ  เว้นวรรคทางสังคมไปพึ่งร่มของพระพุทธศาสนาบ้างดีนักแล
......สิ่งที่ใฝ่ฝัน ถ้าไม่เอื้อมมือคว้า แล้วจะได้มาได้อย่างไร....

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #87 on: January 04, 2010, 11:30:32 PM »
รายละเอียดสถานที่เอาไว้คุยหลังไมค์ดีกว่าครับ ท่านขอไม่ให้เปิดเผยเกี่ยวกับตัวท่านและสถานที่บนเวปโดยไม่ได้รับอนุญาต วัดอัมพวัน ผมเคยไปมานานแล้วครับ ท่านเจ้าคุณหลวงพ่อจรัล ท่านเน้นวิปัสสนากรรมฐานอย่างเคร่งครัด มีหลายท่านไปปฎิบัติแล้วอาจไม่ตรงจริต แต่ที่เมืองกาญจน์ ท่านใช้แนวทางการพิจารณาอิริยาบถสี่ครับด้วยสติ สัมปชัญญะ เป็นทางสายกลางไม่ตึงไป ไม่หย่อนไป 

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #88 on: January 11, 2010, 10:06:27 PM »
สืบเนื่องจากที่คุณแม่ป่วยต้องเข้าห้องฉุกเฉินที่ รพ.ศิริราชและย้ายไปอยู่ห้อง common room ในวันรุ่งขึ้น แม้จะดูจากอาการที่ท่านอ่อนล้าลงมากแต่ผมก็ยังมีความหวังว่าท่านคงจะฟื้นมาเป็นปกติได้ในที่สุด เมื่อได้เข้ากราบเยี่ยมท่านตอนเที่ยงเสร็จ ผมตัดสินใจขับรถไปที่แดนมหามงคลเพื่อหาโอกาสที่มีอย่างจำกัด ปฎิบัติและอธิษฐานจิตให้ท่านมีสุขภาพที่แข็งแรงโดยเร็ว ระยะทาง 180 กม.ไม่ใช่อุปสรรคแต่อย่างใด  เมื่อเดินทางไปถึงราวบ่ายแก่ผมเปลี่ยนเป็นชุดขาวเพื่อเข้าสู่แดนปฎิบัติธรรมที่พึงสำรวมอิริยาบถ

Offline bmw fascination

  • VIP Member
  • Hero Member
  • ****
  • Posts: 3,944
    • View Profile
    • Email
Re: ปุถุชนกับวัดวาอาราม
« Reply #89 on: January 11, 2010, 10:16:49 PM »
บริเวณปฎิบัติธรรมช่างเงียบสงบปราศจากผู้คน มีเพียงอุบาสิกบางท่านที่มาปฎิบัติธรรมรักษาศีล8 ผมได้ขึ้นไปกราบพระพุทธชินราชจำลองและสวดมนต์สั้นๆ จากนั้นได้เริ่มเดินจงกรมบริเวณระเบียงตั้งใจอุทิศบุญกุศลให้คุณแม่ที่อาการไม่ค่อยดีนัก

ไม่น่าเชื่อว่าบนศาลาบวชใจที่ประดิษฐานสมเด็จพระพุทธชินราชไม่มีผู้ใดขึ้นไปกราบ ผมเดินจงกรมอย่างมีสติรวม 30 นาทีเต็ม จิตตกเข้าสู่ภวังค์เสวยอารมณ์เอกะคัตตารมณ์ ตามจังหวะการก้าวที่บริกรรมในใจว่า ซ้ายย่างหนอ ขวาย่างหนอ เมื่อได้เวลาอันสมควรจึงเริ่มนั่งขัดสมาธิ์เพื่อกำหนดลมหายใจ (อาณาปาณัตสติ) โดยอาศัยเอกะคัตตารมณ์จากการเดินจงกรมจนจิตนิ่งมาเป็นฐานของการภาวนาต่อไป แล้วผมก็ได้เผชิญกับสิ่งที่ไม่สามารถหาคำอธิบายได้แต่สื่อไปถึงความอยู่รอดของอีกชีวิตที่อยู่ไกลออกไปราว 200 กม. (ตามเส้นทางรถยนต์)
« Last Edit: January 11, 2010, 10:21:49 PM by bmw fascination »